วันจันทร์, มิถุนายน 27, 2554

ขนมปังหน้าไก่ทอด กับ ปอเปี๊ยะทอด

เมนูอาหารเรียกน้ำย่อย หรือ อาหาร(ไม่)ว่าง ทานระหว่างมื้อ เหมาะเป็นของกินหลังบ่ายก่อนมื้อค่ำ อาจจะเรียกว่าเป็นช่วงเวลา จิบน้ำชายามบ่ายของใครหลายๆคน ที่มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมมาเยือนถึงบ้าน เมนูนี้น่าจะพอให้คนที่ไม่มีอุปกรณ์ในครัวมากนัก ลองนำสูตรไปทำ และคงให้รสชาติกลางๆถูกปากเด็กๆวัยซนได้ดีอีกด้วยคะ





เริ่มด้วยเมนูแรก คือ ปอเปี๊ยะทอด [Spring Roll]

ส่วนประกอบ

วุ้นเส้นไม่ฟอกสี         100 กรัม (แช่น้ำให้นิ่ม)
ไก่สับทรงเครื่อง         150 กรัม
เห็ดหนูหั่นฝอย           100 กรัม
ซอสถั่วเหลือง             1   ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่นเล็กน้อย
แผ่นแป้งปอเปี๊ยะสด   13-16 แผ่น
แป้งสาลีละลายน้ำให้ข้นเพื่อใช้ติดแป้ง(เป็นกาวกินได้)

วิธีทำ
    ผสมส่วนประกอบของไส้ โดยหั่นหรือตัดวุ้นเส้นให้สั้น ผสมกับไก่สับเห็ดหนูหั่นฝอย
ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองและพริกไทยป่น พร้อมที่จะห่อไส้ สูตรนี้ให้ไส้ไปสุกเมื่อทอด
หรือจะเลือกเพิ่มผักขูดเป็นเส้น อย่างแครอท หรือกระหล่ำหั่นฝอย ไปผัดพอสุกก่อนนำ
มาห่อแผ่นแป้งก็ได้คะ แต่ควรให้ไส้ที่ผัดเย็นตัวก่อนนำมาห่อนะคะ 




*เคล็ดลับง่ายๆสำหรับความอร่อย แป้งต้องสดใหม่ อย่างในภาพคือแป้งที่ซื้อมาได้สอง
วันแล้วและขอบแป้งจะแข็งตัวไปนิด เวลาห่อจะแตกง่าย จริงๆฝีมือการห่อไม่ดีด้วยคะ




ส่วนน้ำจิ้มจะเลือกเป้นแบบน้ำใส่ เพิ่มถั่ว โดยการนำน้ำส้มสายชูละลายกับน้ำตาลโดยเคี่ยว
ด้วยความร้อน เติมซอสพริกเล็กน้อย ซีอิ้วขาว เติมถั่วคั่วบดลงไปในน้ำจิ้ม จะมีสามรสคะ



เมนูที่สอง คือขนมปังหน้าไก่ทอด


ส่วนประกอบ

ขนมปังสไลด์               5  แผ่น
ไก่สับปรุงรส             100  กรัม
ไข่ไก่สำหรับซุปทอด    2  ฟอง



หนมบัง ขนมปังฮาลาล ราคา 30 บาท เนื้อแป้งเหนียวนุ่ม หอมกรุ่นกลิ่นขนมอบมากๆ 
ทำสดใหม่ทุกวันสนใจต้องจองไว้เลย สนใจติดต่อ 081-8542538

วิธีทำ

หั่นขนมปังเป็นสีเหลี่ยม 4ชิ้นต่อแผน หรืออยากสวยงามใช้พิมพ์กดเป็นรูปต่างๆเช่น หัวใจ
ดอกไม้ ต้นไม้ เป็นต้นเพื่อเอาใจเด็กๆ หรือตามใจคนทำก้ไม่ผิดกติกา นำเอาไก่ที่ปรุงรส
มาทาบนขนมปังให้ทั่วไม่ต้องหนามาก เตรียมไข่ไก่ตีให้ฟูแล้วผสมน้ำเล็กน้อยก่อนจะนำ
ขนมปังมาจุ่มให้ทั่วแผ่นแล้วนำไปทอด

      




ทอดแล้วพักเพื่อซับน้ำมันก่อนนำไปจัดใส่จานอาหาร 2เมนูนี้ไม่ได้ยุ่งยากจนทำให้เกิดความวุ่นวายในการเตรียม เป็นเมนูที่ต้องใช้วัตถุดิบที่มีในครัวและอาจจะเตรียมในขั้นตอนการจับจ่ายจากซุปเปอร์มาเก็ต หากเรารู้ว่าจะทำอะไรบ้างจะทำให้เรานำสิ่งที่มีและสิ่งที่ซื้อ สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบอาหารจานง่ายๆได้คะ

              โดย Home Cooking Recipe


วันอาทิตย์, มิถุนายน 26, 2554

Potato Bread


ส่วนผสม

แป้งขนมปัง                  4 1/2 ถ้วยตวง
มันฝรั่งบด
ยิสต์แห้ง                            2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย                      150 กรัม
เกลือป่น                             1 ช้อนชา
ผงฟู                                    1ช้อนชา
นมผง
น้ำมันพืช                             6 ช้อนโต๊ะ (หรือเนย 100 กรัม)
น้ำร้อนสำหรับละลายยีสต์  150 มิลลิลิตร


แป้งนวดขั้นตอนแรกพักไว้ 4ชม


ครบ 4ชม แล้วนำมานวดในขั้นตอนที่ 2 แล้วแบ่งแป้งเป็น 2ส่วน


พักแป้งให้ขึ้นเท่าตัว ประมาณ 1 ชั่วโมง


ทาไข่ไก่ ก่อนเข้าอบ

เข้าเตาอบ  30 นาทีอุณภูมิ อบ 160 องศา


ออกจากเตาอบร้อนๆ พักไว้ให้เย็น


พร้อมเสิร์ฟ
                                  



วิธีทำ

   เตรียมชามผสมแป้ง โดยใช้น้ำร้อน เติมลงในชามผสม ตามด้วยยีสต์ผง ผงนม น้ำตาลทราย เกลือป่น
เมื่อละลายดีแล้วให้เติมผงฟู แล้วเทแป้งลงไปบางส่วนประมาณ 2 ถ้วย ตะล่อมแป้งให้เข้ากัน เติมมันบดแล้วค่อยๆเติมแป้งลงไป ตามด้วยน้ำมันพืชนวดด้วยมือจนแป้งเข้ากันดี พักไว้ ขั้นตอนนี้จะต้องนวดแป้งด้วยน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ ประมาณ 10นาที แล้ว พักแป้งไว้ โดยปิดด้วยพลาสติก ประมาณ 4 ชัม. 
  นำแป้งออกมานวดอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เหมือนครั้งแรก หรือจะนานกว่าเพื่อให้แป้งได้เนื้อเหนียวนุ่มเมื่ออบสุกแล้ว แล้วแบ่งเป็นรูปแบบต่างๆตามชอบ หรือจะเลือกพิมพ์ก้นลึกแบบขนมปังบอนด์ก็ได้  พักแป้งไว้ให้ขึ้นก่อนอบประมาณ 30-45 นาที หรือถ้าอุณภูมิไม่ได้ ก้อาจจะรอเกือบๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง
เมื่อนำเข้าอบแล้วประมาณ30 นาที ด้วยความร้อน 160 องศา ก็จะได้ขนมปังแบบในภาพ 



เก็บในกล่องได้ 4 วัน โดยไม่ต้องใช้สารกันบูดหรือกันเชื้อราใดๆ เพียงแค่เน้นความสะอาด

โดย Home Cooking Recipe

                                     ........................................



       ขึ้นเป็น blog Talks Blog Tv @Oknation.net



      ขึ้นหน้าแรก Mblog ใน Manageronline.co.th


วันพุธ, มิถุนายน 15, 2554

อาหารฮาลาล




ปัจจุบัน อาหารฮาลาล (Halal Food) เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสังคมไทย มิใช่เพียงแต่ ชาวไทยมุสลิมที่จำเป็นต้องบริโภคอาหาร ฮาลาลเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการซึ่งต้องการผลิตอาหารฮาลาลจำหน่าย แก่ผู้บริโภคมุสลิมในประเทศ และผลิตเพื่อการส่งออกในตลาดโลกมุสลิมก็จำเป็นต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง และดำเนินกระบวนการผลิตอาหาร ฮาลาลให้ถูกต้องตามบัญญัติศาสนาอิสลาม และระเบียบคณะกรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับรองฮาลาล พ.ศ. 2544 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 โดยผ่านการตรวจสอบ และรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแล้วแต่กรณี และหากผู้ขอรับรองฮาลาล ประสงค์จะใช้ "เครื่องหมายรับรองฮาลาล" จะต้องรับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายดังกล่าว จากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยก่อน (ข้อ 7, ข้อ 8 แห่งระเบียบฯ) ประกอบกับประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก ตลาดโลกมุสลิมมีประชากรผู้บริโภคประมาณ 2,000 ล้านคน อาหารฮาลาล จึงเป็นช่องทางการตลาด (Market Channel) ที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยควรจะต้องเจาะตลาดอาหารฮาลาลเพื่อเพิ่ม ส่วนแบ่งการตลาด (Market Segmentation) ให้มากขึ้น รัฐบาลปัจจุบันจึงมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร ฮาลาลเพื่อการส่งออกและได้แปลงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการพัฒนาวัตถุดิบ การส่งเสริม ผู้ประกอบการ การแสวงหาตลาดและการพัฒนากลไกการรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล ให้เป็นที่น่าเชื่อถือยอมรับของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอำนาจหน้าที่ในการตรวจรัรองและอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย รับรอง ฮาลาลเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรศาสนาอิสลามเท่านั้น คือคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด อาหารฮาลาลจึงเป็นเรื่องของความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วม กันของ 3 ฝ่าย คือ มุสลิมผู้บริโภค ผู้ประกอบการและประเทศชาติ กล่าวคือ

        1) มุสลิมได้บริโภคอาหารฮาลาลที่เชื่อได้ว่าถูกต้องตามบัญญัติศาสนาอิสลาม มีคุณค่าอาหารถูกสุขอนามัย ปลอดภัยจากสิ่งต้องห้ามทางศาสนาอิสลาม (ฮารอม) และสิ่งปนเปื้อนต่างๆ
        2) ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยตระหนักถึงการผลิตอาหาร ฮาลาลที่ถูกต้องตามบัญญัติศาสนาอิสลามและปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการรับรองฮาลาลอย่างเคร่งครัด ตลอดจนบริหารคุณภาพอาหารตามมาตรฐานฮาลาล
        3) ประเทศชาติได้รับผลประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรัฐบาลให้การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลอย่างครบวงจรทั้งในด้านการพัฒนาวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิตของผู้ประกอบการตลาดและการปรับปรุงกลไกการรับรอง "มาตรฐานอาหารฮาลาล" ของ องค์กรศาสนาอิสลาม เพื่อส่งออกอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลก
   ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ฮาลาลและอาหารฮาลาล
        (1). ความสำคัญและความหมายของอาหารฮาลาล
 มุสลิมมีความศรัทธาว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ นบีมูฮัมมัดเป็นผู้สื่อ (รอซูล) ของอัลลอฮฺ" และมุสลิมมีความเชื่ออย่างมั่นใจว่า อัลลอฮฺ คือผู้สร้างมนุษย์และสรรพสิ่งในจักรวาล ดังนั้น คำบัญชาของอัลลอฮฺ (อัล-กุรอาน) คำสอนและแบบอย่างของนบีมูฮัมมัด (ซุนนะห์) จึงเป็นเรื่องที่มุสลิมจะต้องปฏิบัติตามด้วยความจริงใจและจริงจัง กล่าวคือ ปฏิบัติในสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) และไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้าม (ฮารอม) ด้วยความ เต็มใจและยินดี
        ฮาลาล-ฮารอม ในอิสลามจึงมิได้หมายความเพียงการบริโภคอาหารเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงวิถีการดำเนิน ชีวิตในทุกด้าน เพราะอิสลามคือระบอบแห่งการดำเนินชีวิตของมนุษย์ อาหารฮาลาล (Halal Food) จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมในการบริโภค ส่วนผู้ที่มิใช่มุสลิมหากบริโภคอาหารฮาลาลก็จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกันเพราะอาหารฮาลาลจะต้องมีกระบวนการผลิตที่ถูกต้องตามข้อบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามปราศจากสิ่งต้องห้าม (ฮารอม) และมีคุณค่าทางอาหาร (ตอยยิบ) อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้มีบัญชาไว้ในบทที่ 2 วรรคที่ 168 แห่งคัมภีร์อัล-กุรอาน ความว่า
        “โอ้มนุษย์ จงบริโภคสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) ที่ดี (ตอยยิบ) จากสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และจงอย่าตามบรรดา ก้าวเดินของมาร (ซัยตอน) แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า"
        และอัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้กำชับผู้ศรัทธาไว้ในบทที่ 2 วรรคที่ 172 ความว่า
        “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพของพวกเจ้าจากสิ่งที่ดีทั้งหลาย และจงขอบคุณ อัลลอฮฺเถิด เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจักเป็นผู้เคารพสักการะ"
อาหารฮาลาลจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมทั่วโลก
        ความหมายของคำ (ภาษาอาหรับ) ฮาลาล ฮารอม ตอยยิบ มัสบุฮฺ"
        ฮาลาล (Halal) แปลว่า อนุมัติ, อนุญาต
        ฮารอม (Haram) แปลว่า ห้าม ตรงข้ามกับคำว่า ฮาลาล
        ตอยยิบ (Toyyib) แปลว่า ดี มีคุณค่า ปราศจากอันตราย
        มัสบุฮฺ (Musbuh) แปลว่า เคลือบแคลงสงสัยว่าฮาลาลหรือฮารอม
        นบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) ได้สอนว่า ฮาลาล คือ สิ่งที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องในคัมภีร์ของพระองค์ และฮารอม คือสิ่งที่พระองค์ ได้ทรงห้ามไว้ และที่เกี่ยวกับที่พระองค์ทรงนิ่งเงียบนั้น พระองค์ได้ทรงอนุมัติให้เป็นความโปรดปรานแก่ท่าน” “สิ่งฮาลาลย่อมชัดแจ้งและสิ่งฮารอมก็ชัดแจ้ง แต่ระหว่างทั้งสองดังกล่าวมีสิ่งที่ไม่ชัดเจนอยู่ ซึ่งคนส่วนมากไม่รู้
        บรรดานักวิชาการอิสลามได้ให้คำนิยามว่า ฮาลาล คือ สิ่งที่อัลลอฮฺและรอซูล (นบีมูฮัมมัด) อนุมัติ ฮารอม คือ สิ่งที่อัลลอฮฺและรอซูลทรงห้าม มัสบุฮฺ คือ สิ่งที่ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยและระบุไม่ได้ว่าฮาลาล หรือ ฮารอม จนกว่าจะวินิจฉัยให้ชัดเจน อย่างใดอย่างหนึ่ง
        “อาหารฮาลาล (Halal Food) หมายถึง อาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งอนุมัติตามบัญญัติศาสนาอิสลาม ให้มุสลิมบริโภคหรือใช้ประโยชน์ได้
(2). หลักพื้นฐานของฮาลาล-ฮารอม ตามข้อบัญญัติอิสลาม
        1. การอนุมัติ (Halal) และการห้าม (Haram) เป็นสิทธิของอัลลอฮฺเท่านั้น บรรดานักกฎหมายอิสลามแน่ใจว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) พระองค์เดียวเท่านั้นมีสิทธิอนุมัติหรือห้ามสิ่งใด โดยผ่านคัมภีร์ของพระองค์และหรือผ่านการพูดของรอซูล (ผู้สื่อสารของพระองค์) บรรดานักกฎหมายอิสลามจะได้อธิบายสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้กำหนดว่า สิ่งใดฮาลาล หรือฮารอม ด้วยข้อความในคัมภีร์อัล-กุรอานตอนหนึ่งว่า
        “พระองค์ได้ทรงจำแนกอย่างแจ่มแจ้งแก่สูเจ้าแล้วว่า อันใดที่พระองค์ได้ทำให้เป็นสิ่งฮารอมสำหรับสูเจ้า” (6:119)
        “และจงอย่ากล่าวตามที่ลิ้นของสูเจ้าอ้างมุสาว่า นี่เป็นสิ่งอนุมัติ (ฮาลาล) และนี่เป็นสิ่งต้องห้าม (ฮารอม) เพื่อสูเจ้าจะกุการมุสาต่ออัลลอฮฺแท้จริงบรรดาผู้กุการมุสาต่ออัลลอฮฺไม่เจริญ” (16:116)
        อิมามซาฟีอี ได้เล่าว่า อบูยูซุฟ หัวหน้าผู้พิพากษา (กอฎี) ซึ่งเป็นเพื่อนคนหนึ่งของอบูฮะนีฟะฮฺ ได้เล่าว่า ฉันรู้ว่า บรรดาผู้ทรงความรู้ของเราได้หลีกเลี่ยงการกล่าวว่านี่ฮาลาลและนั่นฮารอม นอกจากสิ่งที่ พวกท่านทั้งหลายได้พบอย่างชัดเจนแล้วว่า ได้มีการกล่าวไว้ในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ โดยไม่ต้องใช้การตีความใดๆ” (ในหนังสืออัล-อุมม์ เล่ม 7 หน้า 317)
        2. การห้ามสิ่งต่าง ๆ นั้น เนื่องมาจากความไม่บริสุทธิ์และการเป็นอันตรายของมัน อิสลามห้ามสิ่งต่าง ๆ ก็เพราะว่ามันไม่บริสุทธิ์และมีพิษภัย สิ่งใดที่เป็นอันตราย สิ่งนั้นก็ฮารอม แต่สิ่งใด เป็นประโยชน์สิ่งนั้นก็ฮาลาล ถ้าหากสิ่งใดมีพิษภัยหรืออันตรายมากกว่าประโยชน์สิ่งนั้นก็ฮารอม
        หลักการนี้ได้อธิบายไว้ในคัมภีร์อัล-กุรอานเกี่ยวกับน้ำเมาและการพนัน ความว่า
        “พวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับสุราและการพนัน จงกล่าวว่า ในทั้งสองนั้นมีบาปหนัก และมีคุณบ้างแต่บาปของมันนั้นมากกว่า” (2:219)
        โดยเหตุผลเดียวกัน ถ้าหากมีใครถามว่าอะไรคือสิ่งฮาลาลในอิสลาม คำตอบก็คือ สิ่งที่ดีทั้งหลาย อัลลอฮฺ ได้ทรงกล่าวไว้มีความว่า
        “เขาทั้งหลายถามเจ้าอันใดที่ ฮาลาลแก่พวกเขาจงกล่าวเถิดที่ฮาลาลแก่ พวกท่านคือสิ่งที่ดีทั้งหลาย” (5:4)
        และวันนี้สิ่งที่ดีทั้งหลายได้ถูกทำให้ เป็นที่ฮาลาลแก่สูเจ้า” (5:5)
3. สิ่งที่ฮาลาลนั้นเป็นที่เพียงพอสำหรับความจำเป็น แต่สิ่งที่ฮารอมนั้นเป็นที่เกินความต้องการ อิสลามจะห้ามแห่งเพียงสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ในขณะเดียวกันอิสลามได้จัดเตรียมทางเอกที่ดีกว่าและสะดวก ง่ายดายกว่าให้แก่มนุษย์ เพราะอัลลอฮฺมิได้ทรงปรารถนาที่จะสร้างความยุ่งยากลำบากให้แก่การดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่พระองค์ทรงประสงค์ความง่าย ความดี ทางนำ และความเมตตาสำหรับมนุษย์ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงกล่าวไว้ว่า
        “อัลลอฮฺทรงปรารถนาที่จะให้กระจ่างแก่สูเจ้าและชี้แจงสูเจ้าซึ่งทางทั้งหลายของบรรดาก่อนหน้าสูเจ้า และ ทรงหันยังสูเจ้าโดยปราณี และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ ... อัลลอฮฺทรงปรารถนาที่จะผ่อนปรนสูเจ้า เพราะมนุษย์ถูกบังเกิดมาอ่อนแอ” (กุรอาน 4:26-28)
        4. อะไรก็ตามที่นำไปสู่ฮารอม สิ่งนั้นก็ฮารอมด้วยตัวของมันเอง อิสลามถือว่า สิ่งใดเป็นที่ต้องห้าม (ฮารอม) แล้ว อะไรก็ตามที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น ก็เป็นที่ต้องห้ามด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะอิสลามต้องการปิดหนทางทั้งหมดที่จะนำไปสู่สิ่งฮารอม เช่น การดื่มสิ่งมึนเมา ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ไม่เพียงแต่ประณามผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังได้ประณามผู้ผลิต ผู้ให้บริการและผู้เกี่ยวข้องด้วย หรือในกรณี ห้ามเรื่องดอกเบี้ย ท่านศาสดาไม่เพียงแต่ประณามผู้รับเท่านั้น แต่ยังได้ประณามผู้จ่าย ผู้เขียนสัญญา และผู้ เป็นพยานด้วย ดังนั้น อะไรก็ตามที่มีส่วนช่วยในการทำสิ่งฮารอม สิ่งนั้นก็ฮารอมด้วย และใครก็ตามที่ช่วยผู้อื่นในเรื่อง นี้ก็จะต้องมีส่วนรับบาปด้วย
        5. ไม่อนุญาตให้เอาสิ่งฮารอมมาเป็นของฮาลาล การเรียกสิ่งที่ฮารอมว่าเป็นสิ่งฮาลาล โดยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในขณะที่เนื้อแท้ดั้งเดิมของมันยังคงอยู่นั้น เป็นวิธีการหลอกลวงที่สกปรกทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือรูปแบบนั้นไม่มีผลประการใด ตราบที่เนื้อแท้ ของมันยังไม่ เปลี่ยนแปลง คนกลุ่มหนึ่งจะทำให้การดื่มสิ่งมึนเมาของประชาชนเป็นที่ฮาลาลโดยการให้ชื่อมันเป็นอย่างอื่น” (รายงาน โดยอะหมัด) และ เวลาหนึ่งจะมาถึง เมื่อประชาชนกินดอกเบี้ยแล้วเรียกมันว่า การค้า” (รายงานโดยบุคอรี และมุสลิม)
6. เจตนาดีมิได้ทำให้สิ่งฮารอมเป็นที่ยอมรับได้
        อิสลามให้ความสำคัญในเรื่องความมีเกียรติของความรู้สึก เป้าหมายและความตั้งใจที่บริสุทธิ์ กิจวัตร ประจำวันและกิจการทางโลกจะต้องแปรสภาพเป็นการแสดงความเคารพภักดีและเสียสละเพื่ออัลลอฮฺด้วยเจนาที่ดี ดังนั้น ถ้าหากใครบริโภคอาหารโดยมีเจตนาเพื่อยังชีพและเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ร่างกายเพื่อที่จะสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ที่มีต่อพระผู้สร้างของเขาและแก่มนุษย์แล้ว การกินการดื่มของเขาก็ถือว่าเป็นการแสดงความ เคารพภักดีและการเสียสละต่ออัลลอฮฺ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวไว้ มีความว่า
        “การกระทำทั้งหลายจะถูกตัดสินโดยเจตนา และทุกคนจะได้รับผลตอบแทนตามเจตนาของเขา” (รายงาน โดยบุคอรี) และ ใครก็ตามที่ปรารถนาในสิ่งที่อนุมัติจากโลกโดยการรักษาตัวเองให้ห่างพ้นจากบาป โดยการ ทำงานเพื่อครอบครัวและเอาใจใส่เพื่อนบ้านของเขา เขาก็จะได้พบกับพระผู้เป็นเจ้าของเขาด้วยใบหน้าที่นวลสว่าง เหมือนจันทร์เต็มดวง” (รายงานโดยเฎาะบะรอนี)
        แต่ถ้าหากใครสะสมในสิ่งที่ได้มาด้วยความไม่ถูกต้อง(ฮารอม) แม้ว่าเขามีเจตนาดีในการบริจาคหรือทำดี ก็จะไม่มีผลใดๆในความดี ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า อัลลอฮฺนั้นดี และไม่ยอมรับสิ่งใดนอกจากความดี และอัลลอฮฺได้ทรงบัญชาบรรดาผู้ศรัทธาเช่นเดียวกับที่ทรงบัญชารอซูลทั้งหลายของพระองค์ว่า
        “โอ้บรรดารอซูล จงกินสิ่งที่ดีและทำให้สิ่งที่ถูกต้อง ฉันรู้ในสิ่งที่เจ้าทำ
        นอกจากนี้ ท่านศาสดาฯยังได้กล่าวว่า ชายคนหนึ่งเดินทางไกล สกปรกและเปรอะเปื้อนด้วยฝุ่น (เพื่อทำฮัจญ์หรืออุมเราะฮ์ หรือ สิ่งอื่นทำนองนี้) ยกมือขึ้นสู่ท้องฟ้า (และกล่าวว่า) โอ้พระผู้อภิบาลขณะที่กินสิ่งฮารอม ดื่มสิ่งที่ฮารอม สวมใส่สิ่งที่ฮารอม และเลี้ยงตัวเองด้วยวิธีการ ฮารอมแล้วอย่างนี้ คำวิงวอนของเขาจะถูกรับได้อย่างไร” (รายงานโดยมุสลิม และติรมิซี จากอบูฮุรอยเราะฮ์)
        “ถ้าหากใครสะสมทรัพย์สินด้วยวิธีการฮารอมแล้วทำทานจากสิ่งที่เขาสะสมความดีจะไม่มีสำหรับเขาและภาระแห่งบาปจะยังดำรงอยู่” (รายงานโดยคุซัยบะฮฺอิบนิฮิบมานและฮากิม)
        “ถ้าหากใครคนหนึ่งแสวงหาทรัพย์สินโดยวิธีการฮารอมและให้ทาน อัลลอฮฺจะไม่ยอมรับถ้าหากว่าเขาใช้ จ่ายออกไป มันก็จะไม่มีความเจริญและถ้าหากเขาทิ้งมันไว้ (หลังจากที่เขาตาย) มันก็จะเป็นฟืนของเขาในไฟนรก ความจริงแล้ว อัลลอฮฺจะไม่ลบล้างการกระทำที่เลวด้วยการกระทำที่เลวอีกอย่างหนึ่งและพระองค์จะทรงลบล้าง การกระทำที่เลวโดยการทำดี สิ่งที่ไม่สะอาดนั้นไม่สามารถชำระล้างสิ่งที่ไม่สะอาดอีกสิ่งหนึ่งได้” (รายงานโดย อะหมัดและคนอื่นๆจากอิบนุมัสอู๊ด)
        7. สิ่งที่ฮารอมเป็นที่ต้องห้ามสำหรับทุกคน ตามกฎหมายอิสลาม (ชะรีอะห์) กฎที่เกี่ยวกับสิ่งฮารอมจะถูกนำไปใช้อย่างสากล สิ่งใดที่อัลลอฮฺอนุมัติ (ฮาลาล) ก็คือสิ่งที่ได้รับอนุมัติสำหรับมนุษยชาติ และสิ่งใดที่อัลลอฮฺทรงห้าม (ฮารอม) ก็เป็นที่ต้องห้ามสำหรับ มนุษย์ทุกคน เพราะอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้ยืนยันถึงการใช้กฎต่างๆ นี้อย่างหนักแน่นด้วยการประกาศความว่า ฉันขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮฺ ถ้าหากฟาติมะฮฺลูกสาวของมุฮัมมัดลักขโมย ฉันจะตัดมือเขาเอง” (รายงานโดยบุคอรี)
        8. การห้ามสิ่งที่ฮาลาล และการอนุมัติสิ่งที่ฮารอมเท่ากับการทำชิริก ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า
        “ฉันถูกส่งมากับสิ่งที่ตรงและง่าย” (รายงานโดยอะหมัด)
        และท่านศาสดาได้กล่าวไว้ในหะดิษกุดซีว่า อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวไว้ มีความว่า ฉันได้สร้างบ่าวของฉัน (มนุษย์) ในลักษณะที่ซื่อตรง แต่ต่อมาเหล่ามารซาตานได้มาหาพวกเขา แล้วนำ พวกเขาให้หลงทางไปจากศาสนาของพวกเขา และได้ห้ามพวกเขาในสิ่งที่ฉันอนุมัติแก่พวกเขา และบัญชาพวกเขา ให้ตั้งภาคีร่วมกับฉัน โดยฉันไม่ได้มอบอำนาจใดๆให้” (รายงานโดยมุสลิม)
        อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้กล่าวไว้ ความว่า โอ้บรรดาผู้ศรัทธาจงอย่าทำสิ่งดีทั้งหลายที่อัลลอฮฺได้ทรงอนุมัติ (ฮาลาล) ให้แก่สูเจ้าเป็นของต้องห้าม (ฮารอม) และจงอย่าละเมิด แท้จริงอัลลอฮฺมิทรงรักผู้ละเมิดและจงบริโภคจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงให้เครื่องยังชีพแก่สูเจ้าซึ่งสิ่งที่อนุมัติและที่ดี และจงสำรวมตนต่อ อัลลอฮฺ ในพระองค์ที่สูเจ้าเป็นผู้ศรัทธา” (กุรอาน 5:87-88)
   9. สรรพสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ ดังนั้น จึงเป็นที่อนุมัติ (ฮาลาล) ยกเว้นสิ่งที่อัลลอฮฺและแบบอย่างคำสอนของศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้ห้ามไว้อย่างชัดเจน
        อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงกล่าวไว้ มีความว่า พระองค์ คือผู้ทรงบันดาลสำหรับสูเจ้าซึ่งสิ่งทั้งปวงในแผ่นดิน” (กุรอาน2:29) 
        “และพระองค์ได้ทรงทำให้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นประโยชน์แก่สูเจ้า” (กุรอาน 45:13)
        “สูเจ้าไม่คิดดอกหรือว่า อัลลอฮฺได้ทรงทำให้อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นประโยชน์แก่สูเจ้า และ พระองค์ได้ทรงประทานความโปรดปรานของพระองค์โดยครบครันแก่สูเจ้าทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น” (กุรอาน31:20)
  ศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวไว้ มีความว่า สิ่งที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทำให้เป็นที่ถูกต้องในคัมภีร์ของพระองค์ คือสิ่งที่ ฮาลาล และสิ่งที่พระองค์ได้สั่งห้าม คือ ฮารอม และเกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์ทรงนิ่งเงียบนั้นเป็นที่ได้รับอนุญาตในฐานะความโปรดปรานของพระองค์ ดังนั้น จงรับความโปรดปรานของพระองค์ เพราะพระองค์นั้นไม่ทรงลืมสิ่งใด หลังจากนั้น ท่านศาสดาได้อ่านคัมภีร์ อัล-กุรอานที่มีความหมายว่า พระผู้อภิบาลของสูเจ้ามิทรงลืม” (19:64)
        “ฮาลาล คือสิ่งที่อัลลอฮ ฺ (ซ.บ.) ได้อนุมัติให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องในคัมภีร์ของพระองค์ ฮารอม คือ สิ่งที่พระองค์ได้ทรงห้ามไว้ และที่เกี่ยวกับที่พระองค์ทรงนิ่งเงียบนั้นพระองค์ได้ทรงอนุมัติให้เป็นความโปรดปราน แก่ท่าน”(รายงานโดยติรมีซี และอิบนุนาญะฮ์)
        10. สิ่งใดที่สงสัยให้หลีกเลี่ยง เป็นความเมตตาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ต่อมนษย์ชาติที่พระองค์มิทรงทิ้งให้มนุษย์อยู่ในความโง่เขลาเกี่ยวกับเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกอนุมัติ (ฮาลาล) และสิ่งที่ถูกห้าม (ฮารอม) เพราะพระองค์ได้ทรงทำให้มนุษย์ได้รู้อย่างชัดแจ้งว่า อะไรฮาลาล อะไร ฮารอม
        ดังที่พระองค์ทรงกล่าวไว้ ความว่า พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้อธิบายให้แก่เจ้าถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำให้เป็น ฮารอมสำหรับสูเจ้าไว้แล้ว” (กุรอาน 6:119)
        ดังนั้น มนุษย์จึงต้องทำในสิ่งที่ได้รับการอนุมัติ (ฮาลาล) และต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ต้องห้าม (ฮารอม) แต่อย่างไรก็ตามระหว่างสิ่งฮาลาลที่ชัดแจ้งกับสิ่งฮารอมที่ชัดเจนนั้นมีพื้นที่สีเทาอยู่ ซึ่งทำให้บางคนไม่สามารถ ตัดสินได้ว่าสิ่งใดที่ได้รับการอนุมัติหรือสิ่งใดที่ถูกห้าม เกี่ยวกับเรื่องนี้อิสลามถือว่า เป็นความดีอย่างหนึ่งสำหรับ มุสลิมที่จะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัย เพื่อทำให้ตัวเองห่างพ้นจากการทำสิ่งที่ฮารอม
        ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวไว้ความว่า ฮาลาลและฮารอมนั้นเป็นที่แจ้งชัด แต่ระหว่างทั้งสองสิ่งนี้ มีสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่คนไม่รู้ว่ามัน ฮาลาลหรือฮารอม ผู้ที่หลีกเลี่ยงมันเพื่อปกป้องศาสนาและเกียรติของเขา คือ ผู้ที่ปลอดภัย ในขณะที่ถ้าใครเข้า ไปมีส่วนกับมัน เขาผู้นั้นอาจจะทำสิ่งที่ฮารอม เช่น คนที่ปล่อยให้สัตว์ของตนกินหญ้าอยู่ใกล้กับ หิมา (ทุ่งหญ้า ที่สงวนไว้สำหรับสัตว์ของกษัตริย์ ซึ่งสัตว์ของคนอื่นเข้าไปไม่ได้) แล้วอาจมีสัตว์ของตนบางตัวหลงเข้าไปในนั้น แน่นอน กษัตริย์ทุกคนจะมีหิมาของตนเอง และมีหิมาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) นั้นคือ สิ่งที่พระองค์ทรงห้ามไว้” (รายงานโดยบุคอรี มุสลิมและคนอื่นๆ)
        11. ความจำเป็นคือสิ่งกำหนดข้อยกเว้น แม้ว่าอิสลามจะเข้มงวดในสิ่งฮารอม แต่อิสลามก็มิได้ลืมความจำเป็นฉุกเฉินของชีวิต ในสถานการณ์ที่ จำเป็นอิสลามได้อนุญาตให้มุสลิมกินอาหารที่ต้องห้ามได้ในจำนวนที่พอจะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากความตาย
        อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้กล่าวไว้ในกรณีข้อกำหนดอาหารต้องห้ามซึ่งได้แก่สัตว์ที่ตายเอง เลือด และเนื้อสุกร ความว่า
        “...ถ้าหากผู้ใดตกอยู่ในที่คับขัน มิใช่เจตนาขัดขืนและไม่ใช่ละเมิด ดังนั้นไม่มีบาปแก่เขา แท้จริง อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (กุรอาน 2:173)
        (3). สิ่งสกปรก (นะยิส) และการชำระล้างให้สะอาดตามบัญญัติศาสนาอิสลาม
   3.1 น่ายิส คือสิ่งสกปรกอันเป็นที่น่ารังเกียจตามที่ศาสนาอิสลามกำหนดไว้ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ โลหิต น้ำเหลือง น้ำหนอง อาเจียน สุนัข สุกร ซากสัตว์ที่มิได้เชือด เป็นต้น


ที่มาของบทความ



วันจันทร์, มิถุนายน 13, 2554

ข้าวเหนียวดำ

    เอนทรี่ก่อนได้เอาวิธีการนึ่งข้าวเหนียวเขี้ยวงู  เอนทรี่นี้จะขอพูดถึงเรื่องข้าวเหนียวดำ ที่มีวิธีการนึ่งให้สุกนานกว่าข้าวเหนียวขาว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากจะนำเทคนิคในการเอาข้าวขาวผสมกับข้าวดำ ในสัดส่วนที่เราต้องการได้ตามความชอบ จะให้สัดส่วนของข้าวขาวมากกว่าหรือน้อยกว่า อาจจะสัดส่วนเท่ากันก็ได้คะ

    นอกจากข้าวเหนียวดำมีสีสันน่ารับประทานแล้ว ประโยชน์ที่มีมากกว่าข้าวเหนียวขาวแล้ว ยังจัดเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยา ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้ดีอีกด้วย  (จะนำความรู้เชิงวิชาการมาประกอบคะ)

     ครั้งนี้ได้ข้าวเหนียวดำเชียงรายมา ราคากิโลกรัมละ 69บาท นำมาผสมกับข้าวเหนียวขาวอีก  2 กิโลกรัม สำหรับจะนึ่งรับประทาน เพื่อให้ได้ประโยชน์มากขึ้น หลังจากที่ได้อ่านสรรพคุณของข้าวเหนียวดำแล้ว ไม่รอช้า หันมาบริโภคข้าวเหนียวดำ โดยเลือกซื้อมาผสมกับข้าวเหนียวเขี้ยวงูด้วยเพื่อให้นึ่งและสุกเร็วขึ้นด้วยคะ

     นอกจากนั้นยังนำมาทำขนมหวาน พร้อมเก็บภาพนำสูตรแบบทำเองง่ายๆมาให้อีกด้วย จะว่าไปแล้วจากการทำข้าวนึ่งครั้งนี้ให้รู้เทคนิคในการผสมข้าวได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้าวเหนียวดำเวลาแช่น้ำ สีของน้ำแช่ข้าวจะกลืนข้าวขาวจนเป็นสีม่วงเข้ม เวลานึ่งหรือทำขนมหวานก้ออกมาเป็นสีดำคล้าอย่างในภาพคะ แต่มันดูเป็นสีม่วงมากกว่าสีดำ แต่ชื่อของมันคือ ข้าวเหนียวดำที่ยากจะเปลี่ยนชื่อได้เอง เพราะถูกเรียกมานานตามลักษณะของเม็ดข้าวนั่นเอง

                                              ภาพจากอินเตอร์เน็ต


Black glutinous rice (ข้าวเหนียวดำ


  ข้าวเหนียวดำ คือข้าวเหนียวที่มีเยื่อหุ้มเมล็ด (pericarp) สีม่วงแดงจนถึงสีดำ รวมทั้งการมีรงควัตถุ (pigment) ที่ปรากฏสีในส่วนต่างๆ ของต้นข้าว ซึ่งเป็นลักษณะประจำพันธุ์ของข้าวชนิดนี้ รงควัตถุที่มีสีส่วนใหญ่พบในส่วนของลำต้น ใบ และเกือบทุกส่วนของช่อดอก (floral part) ยกเว้นในส่วนของ embryo หรือ endosperm ที่ไม่พบการกระจายตัวของรงควัตถุ
โดยทั่วไปข้าวเหนียวดำที่เกษตรกรปลูกเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง ที่มีการปลูกเฉพาะพื้นที่มาเป็นเวลานานแล้ว และเกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้สำหรับปลูกในฤดูปลูกต่อไปเอง พันธุ์ข้าวเหนียวดำที่เกษตรกรใช้ปลูกเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อพื้นที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับข้าวพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงคุณภาพการหุงต้มของข้าวเหนียวดำยังไม่ดีพอ เช่น หลังจากหุงต้มแล้วข้าวแข็งและร่วนจนเกินไป และกลิ่นไม่หอม เป็นต้น ดังนั้นการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพผลผลิตของข้าวเหนียวดำ โดยเฉพาะคุณภาพการหุงต้มจึงมีความจำเป็น การรวบรวมพันธุ์ข้าวเหนียวดำและนำมาปลูกเพื่อประเมินลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการให้ผลผลิตของข้าวเหนียวดำพันธุ์พื้นเมืองจึงมีความสำคัญ เพราะข้อมูลจากการศึกษาจะเป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวดำต่อไป
ข้าวเหนียวดำมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่สูงกว่าข้าวขาวกล่าวคือ มีสารแกมมา-โอไรซานอล (gamma oryzanol) ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบในรำข้าวเหนียวดำปริมาณสูงถึง 2.70% เมื่อเทียบกับรำข้าวขาวซึ่งมีประมาณ 1.12% (Teltathum, 2004)  ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อกันว่าข้าวเหนียวดำเป็นสมุนไพร สารแกมมา-โอไรซานอลในน้ำมันรำข้าวมีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ ที่ดีกว่าวิตามินอี  วิตามินซีและเบต้าแคโรทีน (สมวงษ์, 2546) นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถลดการดูดซึมคอเรสเตอรอลจากอาหารสู่ร่างกาย ลดการสังเคราะห์คอเรสเตอรอลในตับ ลดปริมาณคอเรสเตอรอลในพลาสมา ( DeJian et al., 2002) ลดอาการผิดปกติในสตรีวัยที่กำลังจะหมดประจำเดือน ( Zu et al., 2001)
นอกจากนั้นแล้ว ข้าวเหนียวดำยังมีรงควัตถุที่สำคัญคือ แอนโทไซยานิน (anthocyanin)  ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (antioxidant) ช่วยการหมุนเวียนของกระแสโลหิต ชะลอการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย โดยเฉพาะแอนโทไซยานินชนิดที่พบในข้าวสีม่วงกลุ่มอินดิก้า (indica type) (ซึ่งก็รวมข้าวเหนียวดำไทย)  คือ cyanindin 3-glucoside มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอด ดังนั้นการศึกษาปริมาณสารแกมมา-โอไรซานอล และปริมาณแอนโทไซยานินในเมล็ดข้าวเหนียวดำสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสารแกมมา-โอไรซานอลและแอนโทไซยานินจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ  และสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวดำพันธุ์ต่อไป


ความรู้จาก Robinintertrade

วิธีการนึ่งข้าวเหนียวด้วยไมโครเวฟ 



ข้าวเหนียวดำผสมขาวเหนียวเขี้ยวงูแช่น้ำ 4-5 ชั่วโมง ล้างน้ำก่อนใส่ภาชนะสำหรับนึ่ง แล้วเติมน้ำลงไปพอชุ่มข้าว นำเข้าไมโครเวฟ 5 นาที นำออกมาพลิกด้านเอาเข้าไมโครเวฟอีก 5นาที (อย่าลืมปิดฝานะคะ
เพื่อให้ไอน้ำได้ทำให้ข้าวด้านบนไม่แห้งหรือไหม้ เมื่อครบ 5นาที นำออกมา เติมน้ำลงไปพอชุ่ม คนให้ข้าวได้ทั่วน้ำ นำเข้าไมโครเวฟอีก 7นาที นำออกมาพรมน้ำเล้กน้อยเข้าไมโครเวฟอีก 3 นาที นำออกมาคนข้าวให้ด้านล่างที่แฮฉะน้ำขึ้นมาด้านบน ปิดฝาไว้ ประมาณ 5- 10นาทีพร้อมรับประทานแล้วคะ


ข้าวเหนียวพร้อมนำไปรับประทาน กับไก่ย่าง ไก่ทอด น้ำจิ้มแจ๋ว หรือ ปลานึ่งน้ำพริกมะเขือแบบอีสานเท่ห์ได้เลย เหนียวนุ่มมากคะ 

                                                  สูตรข้าวเหนียวดำสังขยาไข่


เติมน้ำตาล กะทิ เกลือป่น ลงในข้าวที่นึ่งสุกแล้ว


ข้าวเหนียวมูน

ครั้งนี้ได้แบ่งมาทำข้าวเหนียวดำสังขยาไข่ด้วย โดยมูนข้าวเหนียวกับกะทิและน้ำตาล เติมเกลือเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติ โดยน้ำกะทิกล่องเล็ก ประมาณ ครึ่งกล่อง กับน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย คนให้เข้ากัน นำเข้าไมโครเวฟอีก 3 นาที นำออกมาพักไว้ ระหว่างรอให้ข้าวเย็นตัว ก็จะทำสังขยาไข่ โดยใช้ไข่ไก่  2 ฟอง  น้ำตาล  4-5 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นเล็กน้อย ตีไข่จนน้ำตาลละลายเข้ากันดี เติมกะทิกล่องเล็กครึ่งกล่อง นำเข้าไมโครเวฟ 2 นาที







พร้อมเสิร์ฟแล้วคะ

สูตรข้าวเหนียวดำเปียก


ข้าวเหนียวดำ       1/4 ถ้วยตวง
ข้าวเหนียวเขี้ยวงู  1/4 ถ้วยตวง
ถั่วดำตามชอบแช่น้ำค้างคืน (ถ้าชอบเผือกหรือมะพร้าวอ่อนก็ได้คะ)
น้ำตาลทรายแดง  1/2 ถ้วย
เกลือป่นเล็กน้อย
น้ำสำหรับต้มข้าวเหนียว


   ล้างข้าวเหนียวก่อนแช่ข้าวเหนียวประมาณ  3 ชั่วโมง ล้างข้าวเหนียวอีกครั้ง ก่อนนำมาต้มพร้อมกับถั่วดำ โดยใส่ลงในภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟ เติมน้ำพอท่วมข้าวนำเข้าไมโครเวฟระดับ high 5 นาที นำออกมาเติมน้ำพอท่วมต้มอีก 5 นาที ถ้าใช้เวลานานข้าวจะฟูออกมา ใช้เวลาในการต้มด้วยวิธีนี้ เมื่อครบเวลาให้นำออกมาเติมน้ำเข้าต้มต่ออีก 3นาที นำออกมาเติมน้ำตาล เกลือป่น เข้าไมโครเวฟอีก 3นาที 



ก็ได้เวลาอร่อยกับข้าวเหนียวดำเปียก อย่าลืมราดกะทิด้วยนะคะ


โดย Home Cooking Recipe

    

วันจันทร์, มิถุนายน 06, 2554

ข้าวผัดเจ้าสำราญ

Zestful Fried Rice

    ผู้ใดตื่นเช้าขึ้นมามีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่สงบร่มเย็น ไม่มีความวิตกทุกข์ร้อน มีอาหารสำหรับบริโภคในวันนั้น ก็ประหนึ่งว่าเขาผู้นั้นได้ครองโลกไว้ทั้งโลก
(ติรมีซีย์ อิบนิมายะฮ์ บุคอรี)
สุภาษิตของชาวอาหรับโบราณกล่าวไว้ว่า คนที่มีสุขภาพดีคือคนที่มีความหวัง และคนที่มีความหวังคือคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง (He who has health has hope and he who has hope has everything)”



เมนูทำง่ายอีกแล้วสำหรับข้าวผัดให้เด็กๆทานมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน ขอเอาสูตรข้าวผัดเจ้าสำราญหรือ Zestful Fried Rice อาหารเช้าที่มีความสำคัญกับร่างกายและสุขภาพของทุกคน




ส่วนประกอบ

ข้าวสวย                                     1  ชาม ประมาณ 4-5 ทัพพี
ไก่สไลด์(ของสหฟาร์ม)หั่นสีเหลี่ยม
หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า                    1/2 หัว น้ำหนักประมาณ 25 กรัม
ถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วลันเตา           30 กรัม
ซอสมะเขือ                                 3  ช้อนโต๊ะ
ซอสถั่วเหลือง                             1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง                         2 ช้อนชา
ไส้กรอกต่างๆตามชอบ
น้ำมันพืชสำหรับผัด เลือกใช้น้ำมันรำข้าว   2 ช้อนโต๊ะ

ถั่วแระญี่ปุ่น




Recipe
Jasmine Rice                   about 4-5 ladle
Mince onions                               25 g.
Soya bean or Peas                       30 g.
Tomato sauce                                3 tbsp.
Soy sauce                                      1 tbsp.
Brown sugar                                   2 tsp.
Sausages such as preferred.

Rice bran oil                                   2 tbsp.


    ข้าวผัดเจ้าสำราญ มีไส้กรอก ไก่สไลด์ และมีสลัดมันฝรั่งด้วย จานนี้ทำมื้อค่ำให้ลูกชายคะ

วิธีทำ

เติมน้ำมันพืชลงในภาชนะสำหรับผัดข้าวด้วยไมโครเวฟ ใส่หอมหัวใหญ่ ไก่สไสลด์ลงไปและถั่วแระที่แกะแล้วนะ อย่าใส่ลงไปทั้งฝักละคะ  ขั้นตอนนี้เอาไส้กรอกที่บังเฉียงๆใส่ลงไปด้วย เข้าไมโครเวฟ 45 วินาที นำออกมา เอาไส้กรอกออกมาพักไว้ เติมข้าวลงไปคลุกเคล้าโดยเติมซอสมะเขือเทศลงไป 3ช้อนโต๊ะ ซอสถั่วเหลืองภูเขาทอง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2ช้อนฃา(ถ้าไม่ชอบไม่ต้องใส่) คลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำเข้าไมโครเวฟ 2 นาที 30วินาที นำออกมาใส่ในถ้วยขนาดกำลังดี อัดเล้กน้อยเพื่อไม่ให้แตกเวลาคว่ำ
จัดแต่งตามภาพคะ

อาหารที่ใช้เวลาไม่นานปรุงง่ายแบบนี้ อย่าอ้างว่าไม่มีเวลาสำหรับลุกๆนะคะ ใช้เวลไม่เกิน 5 นาทีในการปรุง ไม่อยากเสียเวลาเตรียมของก้ทำใส่กล่องเข้าตู้เย็นไว้ เพื่อสะดวกในการนำมาปรุงคะ จริงๆถ้าเตรียมก้ใช้เวลาไม่เกิน 10นาทีคะ อร่อยแบบนี้ได้ พ่อ แม่ลูก เพราะ 3 จานกำลังดีคะ

ประโยชน์และคุณค่าทางอาาหร



ถั่วแระ มีโปรตีน เลซิทิน และกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี1 และบี2 วิตามินเอและอี ซึ่งสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง
รสหวาน บำรุงม้าม ขับแห้ง สลายน้ำ ขับร้อน ถอนพิษ แก้ปวด มักใช้บำบัดอาการลำไส้ทำงานไม่ปกติ โรคบิด แน่นท้อง ผอมแห้ง แผลเปื่อย


ซอสมะเขือเทศ  ในมะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซี มีประโยชน์ในเรื่องของผิวพรรณ และยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ มะเขือเทศที่ผ่านความร้อน หรือผ่านการปรุงสุก ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ามะเขือเทศสด


     

วันเสาร์, มิถุนายน 04, 2554

ข้าวเหนียวเขี้ยวงู




 มาแนะนำการนึ่งข้าวเหนียวด้วยไมโครเวฟ ที่ใช้เวลาในการทำข้าวเหนียวให้สุก มีความนิ่ม หอม อร่อย โดยการเลือกข้าวเหนียวที่คุณชอบมา ผู้เขียนเลือกข้าวเหนียวเขี้ยวงู เพราะรสชาติและความหอม มีความนุ่มเวลากินให้ความอร่อยแบบหยุดไม่ได้ นอกจากนิยมนำมานึ่งกินกับอาหาร ยังนิยมนำมาทำข้าวเหนียวมูนด้วยความมันวาวเมื่อนึงสุกแล้ว เม็ดเรียวสวย

   ก่อนอื่นนำข้าวเหนียวล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำ อย่างน้อย1-2 ชั่วโมง เมื่อแช่ได้ที่แล้ว นำข้าวใส่ภาชนะสำหรับไมโครเวฟ ขนาดพอเหมาะกับข้าวที่จะนึ่ง โดยนำข้าวเหนียวที่แช่มาล้างอีกครั้ง นำใส่ลงภาชนะ เติมน้ำลงไปให้พอข้าวชุ่มน้ำแต่อย่าท่วมข้าว นำเข้าไมโครเวฟ ระดับ High - 3 นาที นำออกมาพลิกด้าน พรมน้ำแล้วนำเข้าไมโครเวฟอีก 3นาที นำออกมาคนให้ข้าวส่วนที่แฉะน้ำ ขึ้นมาด้านบน นำเข้าไมโครเวฟอีก 1นาที แล้วเอาออกมาพรมน้ำ ในจานคลุกให้ทั่ว นำเข้ากล่องเหมือนเดิม ถ้าบ้านใครมีกระติบข้าวเหนียวแบบไม้ไผ่สานเท่ห์ๆ ก็จะเก็บข้าวเหนียวให้อุ่นและถนอมให้ข้าวนุ่มเวลาหยิบกินก้ง่ายไม่ติดมืออีกด้วย เพราะความชื้นจากไอน้ำจะไม่เกาะที่ข้าวให้แฉะนั่นเอง



    ข้าวเหนียวก่อนเข้าไมโครเวฟ



    ข้าวเหนียวนึ่งได้  3นาทีนำออกมาเติมน้ำพลิกด้าน






    ข้าวเหนียวนึ่งครบ 7 นาที 


  
    ข้าวเหนียวมาเทลงในจานเพื่อให้ระบายไอร้อนออกไป ก่อนนำไปห่อในใบตอง หรือใส่กระติบ


    
    "กระติบข้าวเหนียว"  หรือ " ก่องข้าว" ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
   
   นำมาห่อด้วยใบตอง เอาใจคนอยากกิน ว่ารสชาติห่อใบตองจะอร่อยจริงหรือไม่


   
  จัดให้ หนึ่งจานพร้อมกับไก่ย่าง  มื้อกลางวันของวันนี้ 04-06-2011




 ข้าวเหนียว  


ในอดีตข้าวเหนียวเขี้ยวงูปลูกในแถบล้านนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ต้นสูง 120 – 150 เซนติเมตร ลำต้นแข็งแรง แตกใบใหญ่ยาว สีขาวอมเขียว เมล็ดเล็กเรียวยาว  
เหมาะสำหรับใช้บริโภค รสชาตินิ่มหอม หุงขึ้นหม้อ ข้าวที่นึ่งแล้วมีลักษณะเมล็ด เรียวยาว เป็นมันวาว และนิยมนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูมาทำข้าวเหนียวมูน  
ในอดีตชาวนาไทยในแถบล้านนา จะรับประทานข้าวเหนียวเป็นหลัก ผู้มีนาในครอบครองมาก จะปลูกข้าวเหนียวคุณภาพดี คือ มีเมล็ดเล็ก ผอมเรียวยาว นุ่ม มีกลิ่นหอม แต่ไม่เน้นผลผลิต และเนื่องจากลักษณะเมล็ดที่ผอมเรียวยาวคล้ายเขี้ยวงูจึง เรียกว่า ข้าวเขี้ยวงู 
ข้าวพันธุ์พื้นเมือง  
ภาคเหนือ
สารานุกรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย - ภูมิปัญญาข้าวไทย จัดทำโดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)  

สรรพคุณ ข้าวเหนียว
สารสำคัญในข้าวเหนียว คือ ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก มีสรรพคุณในการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เม็ดเลือดสมบูรณ์ นอกจากนี้ข้าวเหนียวยังอุดมไปด้วยวิตามินอี มีสรรพคุณ ช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ป้องกันปัญหาวุ้นนัยน์ตาเสื่อม

ข้อเสียของข้าวเหนียวก็มีเช่นกัน คือ ข้าวเหนียวให้พลังงานเยอะ ก็จะให้อนุมูลอิสระเยอะตามไปด้วย เมื่อกินเข้าไปมาก ๆ จะทำให้ง่วงนอน นอกจากนี้ในข้าวเหนียว โดยเฉพาะข้าวเหนียวขาวยังมีสารกลูเต็น ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความเหนียวหนืด อาจทำให้บางคนเกิดอาการแพ้ได้
ในกรณีผู้สูงอายุ และเด็ก อาจจะทำให้ติดคอ อุดตันลำไส้ หรือทำให้อึดอัดท้อง ระบบทางเดินอาหารไม่ปกติได้ ดังนั้นในผู้ที่มีปัญหาระบบการย่อยอาหารไม่ดี เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ไม่ควรกินข้าวเหนียวในปริมาณมาก และควรเน้นไปที่ข้าวเหนียวดำจะดีกว่า
สิ่งสำคัญ คือ กินข้าวเหนียวทุกครั้งควรเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อจะได้ย่อยง่าย ๆ และควรกินในตอนเช้าจะเหมาะสมกว่าในตอนเย็น


                    ..............................................................................